0 Comments

ปูนซ่อมพื้นถนน

โดยปกติแล้วปูนซีเมนต์จะมีให้เลือกใช้งานหลากหลายประเภทเลยทีเดียว และปูนแต่ละประเภทล้วนมีความแตกต่างกันทั้งสิ้น ดังนั้นหากใครต้องการเลือกใช้ปูนซ่อมพื้นถนน ควรเลือกประเภทของปูนให้ดีเสียก่อน เพื่อเลือกใช้งานได้ถูกประเภท ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซ่อมพื้นถนนมากที่สุด ดังนั้นไปดูกันเลยว่า ปูนประเภทไหนเหมาะสำหรับการซ่อมพื้นถนนบ้าง 

ปูนซ่อมพื้นถนน ปูนเกร้าท์ เหมาะสำหรับการซ่อมถนนหรือไม่? 

สำหรับใครที่กำลังมองหาปูนซ่อมพื้นถนน จะต้องไม่พลาดกับปูนเกร้าท์เลยทีเดียว เพราะปูนเกร้าท์ หรือปูนชริ้งเกร้าท์ จะเป็นปูนสำเร็จรูปผสมพิเศษ ที่นำมาผสมกับน้ำเปล่าตามอัตราส่วน และสามารถนำไปใช้งานได้ทันที ซึ่งส่วนตัวปูนที่ผสมนั้นจะมีส่วนประกอบต่าง ๆ อย่างมากมาย เช่น ปูนซีเมนต์ ทรายคัดเกรด และสารเคมีเฉพาะ จึงทำให้กำลังอัดสูงได้ทั้งในระยะต้น และในระยะปลาย แถมยังมีคุณสมบัติในการใช้งานได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 

  • มีประสิทธิภาพในการไหลตัวที่ดี และสามารถแทรกตัวเข้าสู่ซอกมุมต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม 
  • ไม่ก่อให้เกิดการแยกชั้น แยกตัว และไม่มีน้ำเยิ้มบนผิวหน้า 
  • เมื่อปูนสามารถเซ็ตตัว และแห้งแล้ว จะไม่เกิดการหดตัว 
  • มีความทนต่อแรงกระแทก และแรงสั่นสะเทือนได้ดี 

ไขข้อสงสัย ปูนเกร้าท์เหมาะสำหรับทำอะไรบ้าง? 

ด้วยความที่ปูนเกร้าท์มีคุณสมบัติในการรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี ทำให้ปูนประเภทนี้เหมาะสำหรับการนำไปใช้ในงานที่จำเป็นต้องรับน้ำหนักเยอะ ๆ หรืองานที่จำเป็นต้องเจอแรงสั่นสะเทือนอยู่ตลอดเวลา เพราะงานเหล่านี้จะเป็นงานที่คอนกรีตธรรมดาไม่สามารถรับแรงกระแทกได้ เนื่องจากอาจจะทำให้คอนกรีตเกิดการแตกร้าว เสียหาย และนอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการไหลตัวที่จะทำให้ปูนเกร้าท์เหมาะสำหรับการใช้ในงานที่มีพื้นที่เป็นซอกมุม หรือรูโพรงอีกด้วย ตัวอย่างงานที่เหมาะสำหรับการใช้ปูนประเภทนี้ คือ  

  • ปูซ่อมพื้นถนน 
  • งานเทฐานเครื่องจักรต่าง ๆ  
  • งานเทฐานรองคานสะพาน 
  • งานเทยึดติดเสาเหล็ก และเสาคอนกรีต 
  • งานเทซ่อมรอยต่อแผ่นคอนกรีต 
  • งานซ่อมรูโพรง 

ทั้งนี้งานเทปูเกร้าท์ จะเป็นหนึ่งในวัสดุงานช่างชนิดพิเศษ ที่ไม่ว่าจะเป็นการเทปูนซ่อมพื้นถนน หรือเทปูนเพื่อทำงานอื่น ๆ ก็ตาม เราจำเป็นต้องศึกษาทั้งในเรื่องของการผสมปูน การเทปูน หรือการเตรียมพื้นที่ก่อนเทปูนอย่างเหมาะสม เพื่อเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของปูนได้ดีขึ้นกว่าเดิม ช่วยเพิ่มความทนทานของปูนมากขึ้น ยืดระยะเวลาในการใช้งานได้นาน ไม่ต้องเสียเวลาในการซ่อมแซมอยู่บ่อย ๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด